ประวัติ โรงเรียนวัดเทพประชุมนิมิตร (สาตรราษฎร์บำรุง)

ประวัติโรงเรียนวัดเทพประชุมนิมิตร ฯ


โรงเรียนวัดเทพประชุมนิมิตร (สาตรราษฎร์บำรุง) ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2465

โดยทางราชการประกาศตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล เด็กนักเรียนที่ถูกเกณฑ์ให้เข้าเรียน

ต้องเป็นเด็กที่อยู่ตำบลทับคางหมู่ที่ 1-5 และตำบลหนองปลาไหลหมู่ที่ 6-7 รวมอยู่ด้วย มีนายปู้ ตันเจริญ

เป็นครูใหญ่ เปิดเรียนครั้งแรกมีเพียงชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีนักเรียน 175 คน

อาคารเรียนเป็นศาลาวัดรูปเรือนไทยชั้นเดียว ตั้งอยู่ในบริเวณวัด

พ.ศ. 2467 นายพริ้ม พิมทรัพย์ เป็นครูใหญ่ มีนักเรียน 150 คน และขยายชั้นเรียนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

พ.ศ. 2471 นายเอื้อน ผลาวัณย์ เป็นครูใหญ่ มีนักเรียน 300 คน นักเรียนที่อยู่หมู่ที่ 1-2 ไปเรียนที่หมู่บ้านดอนทราย

พ.ศ.2478 ขยายชั้นเรียนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีนักเรียน 220 คน ครู 5 คน

พ.ศ. 2479 โรงเรียนได้ย้ายมาตั้งอยู่ในที่ปัจจุบัน โดยมีพระอธิการสด เจ้าอาวาส

เป็นผู้อุปการะสร้างเรือนไทยจั่วลม 2 ชั้น มีมุขกลาง มีนักเรียน 325 คน

พ.ศ. 2492 พระอธิการสาตร์ ร่วมกับประชาชนทับคางสละแรงงานและเงินประมาณ 100,000

บาทสมทบกับเงินราชการปลูกสร้างอาคารเรียนถาวร เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2493

พ.ศ. 2494 ทำพิธีเปิดป้ายฉลองอาคารเรียนชื่อ โรงเรียนประชาบาลทับคาง 1(สาตรราษฎร์บำรุง)

พ.ศ. 2507 ได้รับงบประมาณและเงินสมทบจากการบริจาคของผู้มีจิตศรัทธา สร้างอาคารเรียนแบบ 044 ของกรมสามัญศึกษา 2 ชั้น ขนาด 8 ห้องเรียน

พ.ศ. 2509 ทางราชการอนุมัติให้จัดตั้งประถมศึกษาตอนปลายบังคับถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5มีนักเรียน 75 คน

พ.ศ.2515 นางสาวมณี ทรัพย์นิล เป็นครูใหญ่ ได้งบประมาณสร้างบ้านพักครู 1หลัง/งบซ่อมแซมอาคารแบบ 004 ได้รับเงินบริจาคจากสภาตำบลทับคางสร้างส้วม 1 หลัง ที่ปัสสาวะชาย 6 ที่

พ.ศ. 2518 ได้รับงบสร้างอาคารเรียนแบบ 017 จำนวน 1 หลัง

พ.ศ.2519 ได้รับงบสร้างบ้านพักครู 1 หลัง

พ.ศ. 2520 ได้รับงบประมาณจัดสร้างโรงฝึกงานแบบ 312 จำนวน 1 หลัง และบ้านพักครู 1 หลัง

พ.ศ. 2524 ได้รับงบประมาณสร้างส้วมแบบ 5 ที่นั่ง จำนวน 1 หลัง พร้อมที่ปัสสาวะชาย

พ.ศ. 2525 ได้รับงบประมาณสร้างเตาเผาขยะ 1 เตา / สร้างถังเก็บน้ำฝน (ฝ.3) จำนวน 1 ที่ 6

ถัง

พ.ศ. 2525 นายเลียบ นกน่วม เป็นครูใหญ่ / นางสาวมณี ทรัพย์นิล ย้ายไปอยู่ รร.บ้านสระพัง

พ.ศ. 2528 นายวสิษฐ์ สืบเนื่อง เป็นอาจารย์ใหญ่

พ.ศ.2531 นายคุด ทองก้อน เป็นอาจารย์ใหญ่ / นายวสิษฐ์ สืบเนื่อง ย้ายไป รร.วัดดอนทราย /

ขยายชั้นเรียนรับนักเรียนวัยก่อนชั้นประถมศึกษา

พ.ศ. 2532 จัดสร้างอ่างล้างหน้า ที่แปรงฟัน รวม 10 ที่ ด้วยเงินบริจาค

พ.ศ. 2534 นายคุด ทองก้อน ลาออกจากราชการ นายวสิษฐ์ สืบเนื่อง

ย้ายมาดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ ได้รับงบประมาณซ่อมอาคารเรียน 1 หลัง

พ.ศ. 2537 นางทองย้อย กุฎาคารและครอบครัว ได้บริจาคเงินจัดสร้างสนามเด็กเล่น ตั้งชื่อว่า

สนามเด็กเล่น กุฎาคาร

พ.ศ. 2538 ได้รับงบประมาณสร้างถังเก็บน้ำฝนแบบ ฝ 33 จำนวน 4 ถัง / นายเจิม คงพันธ์

บริจาคเงินสร้างรั้วก่อด้วยอิฐสูง 2 เมตร ยาว 20 เมตร/ กรรมการโรงเรียนโดยมีนายสมพงษ์ พินิจกุล

เป็นประธาน ร่วมกับประชาชนและคณะครู ดำเนินการหารายได้สร้างบ่อเลี้ยงปลาและอุปกรณ์ปั๊มน้ำ

พ.ศ. 2539 ได้รับงบประมาณและการขอบริจาคสมทบ ทาสีอาคารเรียน 3 หลัง โรงอาหาร

ห้องสุขา

พ.ศ. 2540 ได้รับงบประมาณสร้างห้องวิทยาศาสตร์และห้องทักษะทางภาษา /

งบประมาณจากสาธารณสุขสร้างที่แปรงฟัน

30 กันยายน 2543 นายวสิษฐ์ สืบเนื่อง ได้เกษียณอายุราชการ

3 พฤศจิกายน 2543 นายสุริยา มนตรีภักดิ์ ย้ายมาดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่

11 มิถุนายน 2558 นายวิโรจน์ บุญดี เป็นผู้อำนวยการสถานศึกษา /

จัดทำป้ายโรงเรียนวัดเทพประชุมนิมิตร (สาตรราษฎร์บำรุง) / เสาธงโรงเรียนปูพื้นด้วยหินแกรนิต /

ฐานพระพุทธรูปประจำโรงเรียน / ฐานการเรียน BBL ด้วยเงินบริจาคจากประชาชนและผู้มีจิตศรัทธา

พ.ศ. 2559 ทำถนนเชื่อมต่อระหว่างอาคารเรียน / สร้างปรับปรุงห้องน้ำ 4 ห้องจากถังน้ำเดิม

(ฝ3) / ฐานการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง / ปรับภูมิทัศน์รอบบริเวณโรงเรียน

22 ธันวาคม 2559 นายเทพพิทักษ์ หลักบุญ เป็นผู้อำนวยการสถานศึกษา / ปรับปรุงอาคารเรียน 004  เปลี่ยนฝาผนังอาคารเรียน / ต่อเติมหลังคากันสาดอาคารเรียน 017 / ปรับภูมิทัศน์รอบบริเวณโรงเรียน

1 ธันวาคม 2564 – 5 กันยายน 2565 นางสาวสุมาลี ทองมาลี เป็น ครูรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ปรับปรุงอาคารเรียน 017 ทาสีอาคารเรียนภายในภายนอก

6 กันยายน 2565 – 11 กันยายน 2566 นางกัญจน์พร ชยวัฒน์โสภณ เป็นผู้อำนวยการรักษาการ /ติดตั้งกล้องวงจรปิด / ติดพัดลมอาคารเรียน

11 ตุลาคม 2566 นายอรรคพล สงวนยวง เป็นผู้อวยการสถานศึกษา / ซ่อมหลังคาอาคารสาตรราษฎร์บำรุง / ปรับปรุงภูมิทัศน์รอบบริเวณโรงเรียน

 


ปรับปรุงข้อมูลเมื่อ 2024-08-16 10:43:43 น.